untitled

posted on 16 Sep 2008 22:46 by suwit-sk128

 ราชินีพืชกินแมลง "ซาราซิเนีย"

          เชื่อได้เลยว่าคนไทยส่วนใหญ่ คงไม่มีโอกาสได้เห็นต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม  หลายคนคงคิดว่ามันคงจะเลี้ยงไม่รอด  เพราะใบที่แสนจะบอบบาง  เปรียบเสมือนกระโปรงเจ้าหญิงที่ทำมาจากผ้าชีฟอง ติดระบายสะสวย จนไม่คิดว่ามันจะมีอยู่ในโลกนี้  บางคนอาจจะคิดว่ามันเป็นไม้เมืองนอก  ซื้อมาปลูกครั้งเดียวก็คงตาย  สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้คนที่รักต้นไม้  ขาดโอกาสที่จะได้ชื่นชม และปลูกซาราซีเนียไว้ในเรือนต้นไม้แสนงามในบ้านคุณ

 

     ถิ่นที่อยู่ 

           ซาราซีเนียเป็นไม้กินแมลงของอเมริกาเหนือ  หรือที่เรียกกันว่าไม้กินแมลงในโลกใหม่เพราะชาวฝรั่งถือว่าทวีปอเมริกา  เป็นดินแดนที่เพิ่งค้นพบใหม่  ซาราซีเนียในธรรมชาติก็มีลักษณะความเป็นอยู่ค่อนข้างจะคล้ายกับกาบหอยแครง (อ่านรายละเอียดได้ที่ กาบหอยแครง พืชกินแมลงเร้าใจ  )   ความแตกต่างอยู่ตรงที่ว่า  เราพบกาบหอยแครงเติบโตอยู่ในทุ่งหญ้าทางตะวันตกเฉียงใต้  ที่เรียกซาวานนาห์ ระหว่างรัฐแคโรไลนาเหนือและใต้  แต่ซาราซีเนียมีถิ่นกำเนิดอยู่ทั่วไปทางทิศตะวันออกของสหรัฐอเมริกา  เลยไปจนถึงแคนาดา  ซาราซีเนียกระจายตัวอยู่ในรัฐจอร์เจีย  อัลลาบามา  ฟลอริดา  และแคโรไลนา  เลยไปจนถึงเท็กซัส  ซึ่งจะเห็นว่ามันอยู่ได้ตั้งแต่ในบริเวณเขตร้อนจัด ไปจนถึงหนาวจัดอย่างแคนาดา ซึ่งมีอุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียส

จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ต้องตระหนักเสมอเมื่อเลือกซื้อซาราซีเนียมาปลูกในประเทศร้อนอย่างบ้านเรา สายพันธิ์ที่ผู้นำเข้ามาขาย  อาจจะเป็นสายพันธุ์ที่เกิดในอากาศร้อน หรือหนาวจัด  ซึ่งเมื่อซื้อมาปลูกก็ไม่สามารถอยู่รอดในอุณหภูมิบ้านเราได้ แต่หากได้สายพันธุ์ที่เคยชินกับอากาศร้อน  อย่างบริเวณแถบรัฐเท็กซัส หรืออัลลาบามา คุณจะพบว่ามันปลูกได้ง่ายมาก  จนบางคนกล่าวว่าปลูกซาราซีเนียง่ายกว่าปลูกหม้อข้าวหม้อแกงลิงเสียอีก  ถ้าคุณเพียงรู้สิ่งที่ ต้อง และสิ่งที่ ไม่  กระทำ ซึ่งถือเป็นกฎสำคัญในการปลูกเลี้ยงซาราซีเนีย

 (รูปที่อยู่ของซาราซีเนีย แถบรัฐเท็กซัส )

 

 

โครงสร้างทั่วไป

          ซาราซีเนียเป็นพืชที่มีหัวใต้ดิน  อาจจะเป็นหัวนอนราบไปกับพื้น หรือตั้งขึ้นสู่อากาศ  แต่ทุกสายพันธุ์จะมีใบ่ห่อเข้าเป็นกรวย  ปลายใบขยายออกเหมือนฝากรวย  บางชนิดทำหน้าที่กันฝนไม่ได้ตกลงไปในกรวย  บางชนิดก็ไม่ได้กันฝน  แต่หน้าที่หลักของฝากรวย และบริเวณปากของซาราซีเนียก็คือการสร้างน้ำหวานเพื่อหลอกล่อแมลง  บางครั้งมันสร้างได้มากจนมองดูคล้ายกับมีหยดน้ำเกาะเต็มไปหมด  ความสามารถในการจับแมลงของซาราซีเนียจัดเป็นอันดับหนึ่งของโลก  ในบรรดาไม้กินแมลงทุกชนิด    มีบางคนเข้าใจว่าเมื่อแมลงมาเกาะฝากรวยจะหุบปิดกักแมลงไว้ด้านใน  นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ

(รูปถ่ายลักษณธโรงสร้างของซาราซีเนีย)

         ด้วยรูปทรงที่มีลักษณะคล้ายกรวย  ทำให้ฝรั่งเรียกมันอีกชื่อหนึ่งว่า  หม้อทรัมเป็ต  อันหมายถึงเครื่องดนตรีทองเหลืองที่ด้านโคนแคบและด้านปากขยายกว้าง  จากรูปจะเห็นว่ากรวยสามารถแบ่งได้เป็น 4 ส่วน คือ

         ส่วนบนสุดทำหน้าที่สร้างน้ำหวาน และมีขนสั้นให้แมลงสามารถเกาะได้  แมลงจะถูกหลอกล่อทั้งจากสีสดใส  กลิ่นหอมและน้ำหวาน  มันจะบินไปเกาะที่ฝากรวย  ตำแหน่งบนสุดซึ่งสามารถยึดเกาะได้อย่างมั่นคง 

          แมลงจะดูดกินน้ำหวานและถูกหลอกให้เดินลึกมายังตำแหน่งที่สอง ซึ่งเป็นส่วนต่อระหว่างฝากรวยกับปากกรวย  บริเวณนี้จะมีน้ำหวานมากกว่าส่วนแรกแต่จะไม่มีขนให้ยึดเกาะ ถ้ามันไม่ระวังมันจะลื่นไถลตกลงไปในปากกรวย ซึ่งเป็นส่วนกว้างที่สุด  อย่าลืมว่าแมลงมีปีกเมื่อมันตกลงไป  มันจะตีลังกาและรีบบินกลับขึ้นมาทันที    

แต่โครงสร้างตามธรรมชาติที่ชาญฉลาดของกรวยซาราซีเนียที่มีลักษณะแคบลงไปเรื่อยๆ ในส่วนที่สามและส่วนที่สี่  ทำให้แมลงที่ผลิกตัวกลับไม่สามารถตีวงย้อนขึ้นมาได้  หัวของมันจะกระแทกเข้ากับผนังลื่นและร่วงลึกลงไป  เพราะในส่วนที่สามเป็นผนังลื่นไม่มีขนให้เกาะและยังเป็นแหล่งสร้างน้ำย่อยเหนียวเยิ้ม 

          แมลงจะตกลงไปในส่วนล่างสุดซึ่งมีขนยาวปลายแหลมชี้ลงด้านล่าง  ถ้าแมลงพยายามไต่สวนขึ้นมามันจะถูกขนแหลมทิ่มแทง  มันจึงต้องเดินลึกลงไปเรื่อยๆ  ขณะที่น้ำย่อยเริ่มทำหน้าที่ย่อย และสิ่งที่มหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งคือภายในกรวยซาราซีเนียจะสร้างสารเคมีชนิดหนึ่ง  มีฤทธิ์คล้ายยาเสพติดชื่อ โคนิอีน  (Coniine)”  เมื่อแมลงสูดหายใจเข้าไป  จะทำให้มันสลบเหมือนกับอัพยาจนเมามายร่วงลงไปในส่วนล่างสุดที่มีน้ำย่อยเข้มข้นรออยู่  แมลงจะตายและถูกย่อยอย่างไม่เจ็บปวดทรมาน

( ภาพถ่ายบริเวณปากกรวย )